หลังจากผ่านปีแรกไปแล้วสำหรับ blog exotics lover บางช่วงมีเวลาก็อาจจะเข้ามาเขียนบทความเพิ่มบ้าง บางช่วงไม่มีเวลาก็อาจจะหายไปบ้าง แต่รับรองไม่หายไปนานครับ ขอบคุณสำหรับคำติชมและกำลังใจครับ
วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2553
ทุกคำถามมีคำตอบที่นี่...ฝากคำถามไว้นะครับ
วันนี้ก็เลยเป็นโอกาศอันดี ที่จะมานั่ง อัพ blog ซะหน่อย ก็สั้นๆ เอาเป็นว่าใครมีปัญหาอะไร เกี่ยวกับ exotic
pets ก็ฝากคำถามไว้แล้วกันนะครับ แล้วผมจะพยายามเข้ามาตอบให้ครับ แต่ถ้าฉุกเฉิน ไม่ต้องรอคำตอบ
นะครับเดี๋ยวจะไม่ทันการ รีบพาไปพบสัตวแพทย์ ก่อนนะครับ ^^
ปล.ทุกคำตอบและความคิดเห็นของผม เป็นความคิดเห็นส่วนตัว แต่ไม่จำเป็นที่ ทุกคนจะเห็นเหมือนกัน
หมดนะครับ เราสามารถแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันได้ครับ
วันพุธที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2553
การุณฆาต...ได้บุญจริงหรือ ??
Heat stroke ... ภัยเงียบ ที่ คิดไม่ถึง

- ให้น้ำเกลือ อาจจะให้เข้าเส้นเลือด หรือใต้ผิวหนัง แล้วแต่อาการ
- ให้ยาลดไข้ หรือ ลดการบวม ของสมอง ขึ้นกับกรณี
- ให้ยาปฎิชีวนะ ซึ่งขึ้นกับกรณี เช่นกัน โดยอาจจะให้หรือไม่ให้ก็ได้
- ในกรณีที่เป็นมาก อาจจะต้องให้ ออกซิเจนร่วมด้วย
- ให้ยาขยายหลอดเลือด เพื่อช่วยทำให้การลดอุณหภูมิ มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือ ยาซึม เพื่อลดความเครียด ขณะ จับบังคับ หรือ เช็ดตัวสัตว์
วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553
Sugar glider เครื่องร่อนมีชีวิต ^^

สวัสดีครับ วันนี้ผมมีเรื่องราวของสัตว์เลี้ยงแสนรักมาฝากครับ เค้ามีชื่อ ภาษาอังกฤษว่า Sugar Gliders หรือ จิงโจ้บิน ในภาษาเรานั่นเอง นั่นแน่ เริ่มอยากรู้แล้วใช่มั้ยครับว่าเค้ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร
เค้าเป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศ ออสเตรเลีย และนิวกีนี ซึ่งเป็นทวีปที่มีสัตว์ค่อนข้างหลากหลาย และแปลกๆ มากมาย โดยเฉพาะ สัตว์ที่มีกระเป๋าหน้าท้องอย่างเช่น จิงโจ้ และจิงโจ้บินเป็นต้น
จิงโจ้บินเป็นสัตว์ที่มีกระเป๋าหน้าท้องขนาดเล็กและเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยกระเป๋าหน้าท้องจะพบได้แต่ในเพศเมียเท่านั้น และมีพังผืดที่เชื่อมระหว่างขาหน้ากับขาหลัง เวลาที่เค้าปืนขึ้นไปบนยอดไม้ และร่อนตัวลงมาจะดูคล้ายกับว่าสามารถบินได้ เลยได้ชื่อเรียกว่า จิงโจ้บิน
เรามาทำความรู้จักกับถุงหน้าท้องของจิงโจ้บินกันดีกว่าครับ ถุงหน้าท้องของจิงโจ้บินนี่มีเต้านมอยู่ภายใน 2 คู่ และจะจับคู่ผสมพันธ์ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน โดยตัวผู้หนึ่งตัวสามารถทำการผสมพันธุ์กับตัวเมียได้หลายตัว ลูกที่คลอดออกมาจะอาศัยอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องเป็นเวลาประมาณ 3 เดือน ซึ่งในกระเป๋าหน้าท้องจะมีขนที่อ่อนนุ่มและอบอุ่นคอยรองรับตัวเค้าไว้
จิงโจ้บินจะลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรกเมื่ออายุได้ประมาณ 70 วัน และเมื่ออายุประมาณ 120 วัน เค้าจะหย่านม ดังนั้นเวลาที่ท่านผู้อ่านต้องการที่จะเลือกซื้อ ผมขอแนะนำว่าให้เลือก จิงโจ้บินที่ลืมตาและหย่านมแล้ว โดยจิงโจ้บินที่หย่านมแล้ว จะมีน้ำหนักตัวประมาณ 70 กรัมขึ้นไป
ก่อนที่ท่านผู้อ่านจะตัดสินใจเอาเจ้าจิงโจ้บินมาเป็นสัตว์เลี้ยงคู่กาย ผมขอแนะนำนิสัยใจคอของเจ้าจิงโจ้บินไว้คร่าวๆดังนี้ครับ เค้าเป็นสัตว์ที่ฉลาดแสนซนและยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีอีกด้วย มีอายุเฉลี่ยประมาณ 10-12 ปี (ในกรงเลี้ยง) แต่ในธรรมชาติจะมีอายุที่สั้นกว่า
ถ้าท่านผู้อ่านตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าต้องการที่จะเลี้ยงจิงโจ้บินเป็นเพื่อนคู่ใจแล้วหละก็ ผมขอแนะนำว่าเค้าชอบที่จะอาศัยอยู่ในที่ที่อบอุ่นและปลอดภัย อย่างเช่น เค้ามักจะชอบนอนหลับอยู่ในกระเป๋าเสื้อของเราเพราะได้รับไออุ่นจากตัวเราและยังรู้สึกปลอดภัยจากอันตรายอีกด้วย บางครั้งเค้าก็ชอบที่จะนอนหลับอยู่ในอุ้งมือของเราเพราะว่ามันอบอุ่นนั้นเอง หรือ บางทีเค้าอาจจะคิดว่าเราเป็นพ่อแม่ของเค้าก็ได้นะครับ
โดยธรรมชาติแล้วจิงโจ้บินจะหาอาหารทานเองจากธรรมชาติ ซึ่งก็ได้แก่ เปลือกไม้ ยางของต้นยูคาลิปตัส ต้น อคาเชีย และ แมลงเล็กๆรวมทั้งหนอนด้วย และอาหารสุดโปรดของจิงโจ้บินก็คือ อาหารที่มีรสหวานๆ อย่างเช่นน้ำหวานจากเกสรของดอกไม้ หรือบางครั้งก็แอบไปทานน้ำผึ้งด้วยนะครับ ดั้งนั้นจิงโจบินเลยได้รับฉายาว่า “Sugar Gliders” Sugar = น้ำตาล และ Gliders = ก็คือเครื่องล่อนนั้นเองครับ
ทีนี้ท่านผู้อ่านก็ได้ทราบถึงนิสัยใจคอและอาหารการกินของจิงโจ้บินกันพอสมควรแล้วนะครับ ตอนนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าโรคภัยไข้เจ็บที่มักจะเกิดกับจิงโจ้บินของเรามีอะไรบ้างโดยส่วนใหญ่แล้วโรคภัยไข้เจ็บของเค้าที่มักพบได้บ่อยๆในคลินิกคือการจัดการเลี้ยงดูที่ผิดครับ และ ถ้าท่านผู้อ่านตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะเอาเจ้าจิงโจ้บินเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวหละก็ สิ่งที่ต้องเตรียมอันดับแรกเลยก็คือที่อยู่อาศัยของเค้าหรือที่นอนนั้นเอง จิงโจ้บินต้องการที่อยู่อาศัยที่สะอาด เพราะเค้าเป็นสัตว์ที่ไวต่อสิ่งแปลกปลอมและก็แพ้สารพิษหรือสารเคมีได้ง่ายมากๆด้วยเช่นกัน ฉะนั้นผมขอแนะนำว่าที่อยู่อาศัยของเค้าควรทำให้คล้ายกับที่เค้าอยู่ในธรรมชาติมากๆซึ่งในทางทฤษฏีแล้วพื้นที่ที่ต้องการจริงๆ ควรจะ มีขนาด 1800 mm* 1800 mm * 2000 mm หากจิงโจ้บินมีขนาดเล็กที่นอนของเค้าควรที่จะอบอุ่นและอ่อนนุ่ม ให้เหมือนกับที่เค้านอนหลับอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องของแม่เค้าบางท่านมักจะนำจิงโจ้บินติดตัวไปทำงานหรือเรียนหนังสือด้วยการหาถุงเล็กๆบุสำลีนุ่มๆ เพื่อที่จะใส่เค้าเข้าไปด้านในวิธีนี้สามารถใช้ได้แต่อย่านำเค้าใส่กระเป๋าเสื้อหรือกางเกงที่ฟิตมากเพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย และหากท่านผู้อ่านต้องการที่จะอาบน้ำให้กับเจ้าจิงโจ้บินนั้น ถ้าถามว่าอาบได้ไหมที่จริงแล้วก็ไม่จำเป็นนะครับ แต่ถ้าหากเค้าสกปรกจริงๆ ขอแนะนำว่าให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น บิดพอหมาดๆเช็ดตัวก็พอครับ แต่หากจะต้องใช้แชมพู ก็ขอให้เลือกใช้แชมพูที่อ่อนๆ เพราะผิวหนังเค้าไวต่อการแพ้สารเคมีได้ง่ายมากๆ
ส่วนการให้อาหารแก่เจ้าจิงโจ้บินนั้นก็ควรให้ให้ครบกับความต้องการของร่างกาย ไม่ควรให้มากหรือน้อยจนเกินไป เพราะอาจจะส่งผลให้จิงโจ้บินของเราป่วยได้ง่ายครับ เค้าต้องการสารอาหารจำพวก โปรตีน แคลเซียม และวิตามิน ซึ่งหาได้ง่ายๆจาก ยางไม้ ผลไม้ต่างๆ แมลงหรือหนอนเล็ก เราไม่ควรให้เค้าทานผักและผลไม้มาก และอาหารที่มีรสหวานมากจนเกินไป เพราะจะสงผลเกี่ยวกับการมองเห็นของเค้า ถ้าท่านผู้อ่านสังเกตุเห็นว่าในตาของจิงโจ้บินมีจุดเม็ดเล็กสีขาวๆเกิดขึ้นหละก็ นั้นแปลว่าท่านให้เค้าทานอาหารที่มีไขมันมากจนเกินไป ทำให้ไขมันขึ้นไปสะสมอยู่ในบริเวณตาและจะทำให้การมองเห็นของเค้าด้อยประสิทธิภาพลง
โรคที่พบได้บ่อยอีกโรคที่เกิดจากความสมดุลของแร่ธาตแคลเซียมและฟอสฟอรัส คือแสดงอาการขาหลังอ่อนแรง และอาจจะถึงเป็นอัมพาตของสองขาหลังได้ โดยสาเหตที่ขาดก็อาจจะนื่องการได้รับแคลเซียมน้อยเกินไป หรือว่าขาดวิตามินดี รวมทั้งได้รับแสงแดดไม่เพียงพอด้วย ซึ่งตรงนี้เราสามารถแก้ปัญหาได้คือ เสริมอาหารแคลเซียมเข้าไปในอาหาร เช่นนำแคลเซียมผงมาคลุกกับหนอนหรือแมลงเล็กๆก่อนที่จะให้เค้าทานเข้าไป และพาเค้าของมารับแสงแดดยามเช้าหรือเย็นบ้างแต่ก็ไม่ควรให้เค้าโดนแสงแดดจ้าๆหรืออยู่ในที่แดดจัดๆ เพราะว่าในธรรมชาติแล้วเค้าเป็นสัตว์ที่ชอบหากินในเวลากลางคืนหรือตอนเช้ามืด (nocturnal)
เป็นอย่างไรบ้างครับเริ่มจะหลงรักเจ้า Sugar gliders หรือจิงโจ้บินเข้าแล้วบ้างหรือยังครับ ยังไงก่อนที่จะเลี้ยงเค้าอย่าลืมดูความพร้อมของตัวเองและแน่ใจว่าไม่ได้เลี้ยงตามกระแสนิยมนะครับ เพราะว่า เราอาจจะไปทำร้ายเค้าทางอ้อมได้ ถ้านำเค้ามาเลี้ยงแล้วไม่รู้จักธรรมชาติและนิสัยของจิงโจ้บินดีพอ แล้วพบกันใหม่ ในโอกาสหน้าครับ